Posts Tagged ‘เรียนไพ่ยิปซี’

แนะนำการพยากรณ์ด้วยไพ่ยิปซี

Friday, June 25th, 2010


แนะนำการพยากรณ์ด้วยไพ่ยิปซี

ในช่วงหลังนี้มีคนโทรมาถามผมว่าอยากเรียนไพ่ยิปซี ไม่ทราบว่าผมเปิดสอนหรือไม่ ทุกคนที่ถามผม ผมก็มักจะตอบไปเหมือนกันหมด ว่าผมไม่มีความสามารถมากพอจะเป็นครูบาอาจารย์ของใครหรอกครับ ผมก็ยังเป็นผู้ศึกษาไพ่ที่ต้องศึกษาไพ่ยิปซีอีกเยอะ ศาสตร์นี้ยังมีความลับอีกหลายอย่างที่ผมยังไม่รู้ ผมจึงเกรงว่าถ้ามีคนมาเรียนกับผม อาจจะรู้สึกได้ไม่คุ้มเสียก็ได้ครับ

การเป็นหมอดูในความเป็นจริง หลักวิชาที่ใช้ก็มีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือเรื่องของ “คน”

ซึ่งการจะเป็นหมอดูนั่นง่ายหรือยากก็ขึ้นอยู่กับเป้าหมายในการเป็นหมอดู ซึ่งผมจะพูดในคราวต่อไปครับ ในคราวนี้ผมมีเวลาว่าง เลยอยากจะเขียนบทความแนะนำบทเรียนไพ่ยิปซีในแนวความคิดของผมเองครับ

ไพ่ยิปซีหรือทาโรต์ ถือเป็นศาสตร์การพยากรณ์ที่มีเสน่ห์และมีความเป็นเอกลักษณ์ในรูปแบบของศาสตร์การเสี่ยงทายที่ให้ความแม่นยำในการพยากรณ์ได้อย่างเหลือเชื่อ ผมเชื่อว่าหากใครเคยได้สัมผัสการพยากรณ์โดยไพ่ยิปซีแล้วก็จะมักมีความสนเท่ห์ในศาสตร์ยิปซีไม่น้อย ด้วยรูปแบบการพยากรณ์ที่ง่าย ไม่ต้องใช้วันเดือนปีเกิดแต่อย่างใด รวมถึงสามารถพยากรณ์ได้ครอบคลุมในเรื่องที่ต้องการรายละเอียดสูง ๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้ศาสตร์ยิปซีกลายเป็นตัวเลือกแรก ๆ ของนักพยากรณ์รุ่นใหม่ที่สนใจในการศึกษาโหราศาสตร์อีกด้วย ข้อดีของไพ่ยิปซีมีมากมายเนื่องจากพยากรณ์ง่าย รวดเร็ว ถามเจาะลึก และสามารถขอคำแนะนำจากไพ่ได้ (ขึ้นอยู่กับทักษะของผู้แปล) ทำให้ศาสตร์ยิปซีเป็นที่ชื่นชอบของผมและคนอื่น ๆ อีกหลาย ๆ คน

แต่จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ผมได้ศึกษาไพ่ยิปซีมา ก็เจอข้อเสียที่น่าหงุดหงิดในการพยากรณ์ด้วยไพ่ยิปซีเป็นศาสตร์ที่ต้องใช้สมาธิในการพยากรณ์เป็นหลัก ซึ่งถือเป็นเรื่องของจิตที่ต้องอาศัยความร่วมมือทั้งสองฝ่ายคือทั้งตัวผู้พยากรณ์และผู้ขอรับพยากรณ์ หากฝ่ายผู้พยากรณ์มีสมาธิที่ตั้งมั่นว่าจะพยากรณ์ แต่ผู้ขอรับพยากรณ์ไม่มีสมาธิหรือจิตไม่จดจ่ออยู่กับปัญหาของตนเอง ไพ่ที่ผู้ขอรับพยากรณ์จับขึ้นมาจะไม่ตรงกับสภาวะใด ๆ ของตัวเจ้าชะตาเลยแม้แต่น้อย ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องของจิตที่ละเอียดอ่อน ไม่ใช่แต่ตัวผู้มาขอรับการพยากรณ์เท่านั้น หากผู้พยากรณ์ไม่มีสมาธิหรือจิตใจไม่ตั้งอยู่ในสภาวะว่าง ก็จะทำให้กระแสจิตที่ส่งไปยังไพ่ปั่นป่วนเหมือนกัน อย่างเช่นในการพยากรณ์ ช่วงแรก ๆ ผมจะใช้ไพ่ในการพยากรณ์ปัญหาของลูกค้าว่าเขามาหาเราด้วยสาเหตุความทุกข์อันใด โดยตัวผมเองจะเป็นคนตั้งจิตถามไพ่ว่าคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามของเรา เขามีปัญหากลุ้มใจอะไร ผลปรากฏว่าถึงแม้ผมจะเป็นคนถามเอง จับเอง แต่ถ้าตัวผู้มาขอรับพยากรณ์ไม่มีจิตที่ตั้งมั่น หรือมัวแต่คิดนู่นคิดนี่ ไพ่ที่ผมจับก็มักจะไม่ตรงกับสภาวะของปัญจุบันที่ผู้มาขอรับการพยากรณ์ประสบอยู่ ในทางกลับกันถ้าเราขอให้ลูกค้าตั้งจิตให้เป็นสมาธิเราก็จะสามารถจับไพ่ทายใจให้ลูกค้าได้อย่างแม่นยำ จึงขอสรุปได้ว่าการพยากรณ์ขั้นตอนแรก คือต้องตั้งจิตของเราให้ตั้งมั่นในสมาธิเสียก่อน พยายามทำจิตให้ว่างตัดความคิดเรื่องต่าง ๆ ออกไปให้หมด เหลือเพียงแต่สภาวะของจิตที่เป็นกุศล จิตที่เป็นเทวดา และควรแผ่เมตตาก่อนการพยากรณ์ด้วย ที่สำคัญควรจัดระเบียบคำถามของลูกค้าพร้อมตั้งจิตวิธีการวางไพ่ก็จะช่วยได้ไม่ใช่น้อย (แนะนำว่าการวางไพ่แบบพีระมิดจะสามารถทายปัญหาที่อยากรู้ได้ครอบคลุมกว่า) ในด้านของลูกค้า ควรมุ่งมั่นในสภาวะของสมาธิ และจดจ่อแต่ปัญหาที่ตนเองอยากรู้ อย่าได้ตั้งจิตให้ฟุ้งซ่านเพราะจะทำให้ไพ่ที่จับได้มั่ว ไม่ตรง ไม่แม่นแล้วก็พาลมาโทษผู้พยากรณ์เอาได้ (ในอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ มักจับไพ่แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย บางคนจับในขณะที่เปิดโทรทัศน์ไปด้วย ยิ่งทำให้ไพ่มั่ว แล้วมาโทษนักพยากรณ์ว่าทายไม่แม่น) และควรจัดระเบียบคำถามให้เป็นระบบเรียบร้อย การตั้งคำถามตามใจฉันจะเป็นการทายแบบเดาส่ง คือหาสาระหรือจุดสิ้นสุดไม่ได้ ต้องทายไปเรื่อย ๆ ไม่รู้จักหมดสิ้น

เมื่อผ่านขั้นตอนการตั้งจิตให้เป็นสมาธิแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็ขึ้นอยู่กับผู้พยากรณ์ว่าจะให้ผู้มาขอรับการพยากรณ์ทำอย่างไรต่อไป แนะนำว่าถ้าเป็นคนรักไพ่ ไม่ควรนำไพ่มาให้ลูกค้าสับหรือล้างเป็นอย่างยิ่ง ควรให้ผู้มาขอรับการพยากรณ์ตัดไพ่หลังจากตั้งจิตอธิษฐานอย่างเดียวก็พอ ผมเห็นนักพยากรณ์บางท่านรักไพ่มากถึงขนาดไม่ยอมให้ลูกค้าจับไพ่เลย คือนักพยากรณ์จะเป็นคนตั้งจิตอธิษฐานให้ ตัดให้ และจับไพ่ให้ (กรณีนี้ผมเคยทดลองทำมาแล้ว นับว่าได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก เพียงแต่การจับไพ่ต้องพยายามให้ผู้มารับการพยากรณ์มีสมาธิให้มากที่สุด ซึ่งถือว่ายากกว่าให้ลูกค้าจับเอง) เมื่อจับไพ่แล้วก็นำไพ่มาเรียงในรูปแบบและตำแหน่งที่เราได้กำหนดจิตเอาไว้ ซึ่งขั้นตอนการเรียงก็อย่ามองข้ามนะครับเพราะถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่งเลยทีเดียว เมื่อเรียงแล้วก็ถึงการวิเคราะห์ตำแหน่งและหน้าไพ่ครับ

การทำนายด้วยไพ่ยิปซีตามหลักการแล้วมีการพยากรณ์โดยหลัก ๆ 3 วิธี คือ

1. การใช้ความจำ
วิธีนี้เป็นวิธีที่คนส่วนใหญ่มักใช้กัน เพราะสามารถนำไปพยากรณ์ได้รวดเร็วกว่าสองวิธีที่เหลือ การใช้ความจำส่วนใหญ่มักอ้างอิงมาจากตำราหรือประสบการณ์ของนักพยากรณ์ก็ได้ครับ การพยากรณ์ในรูปแบบนี้ถือว่าต้องใช้ความจำเป็นอย่างมาก หากท่านใดได้เรียนขั้นสูง ๆ แล้ว จะรู้ได้เลยว่าการอ่านหนังสือโหราศาสตร์แขนงอื่น ๆ (โดยเฉพาะโหราศาสตร์สากลและไทย) สามารถนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกับไพ่ยิปซีได้อีกด้วย หากคิดจะจดจำกันจริง ๆ ไพ่ยิปซีถือว่าต้องใช้ความจำไม่ได้น้อยไปกว่าศาสตร์อื่น ๆ เลยครับ เช่นหากจะถามหาความหมายของไพ่ Hermit นอกจากความหมายทั่ว ๆ ไปแล้ว ยังจะต้องจำตำนานของไพ่ จะต้องจำความหมายของราศีกันย์ และจำความหมายของภพอริ รวมถึงพลังงานธาตุที่ส่งผลต่อไพ่ใบนี้ด้วย ยิ่งในดวงหากมีไพ่ชุดใหญ่ขึ้นหลาย ๆ ใบ ก็ยิ่งต้องนำทั้งความหมายทั่ว ๆ ไป ดาว ราศี ภพและพลังงานธาตุด้วย เพียงแต่ในปัจจุบันคนทั่ว ๆ ไปสามารถตั้งตัวเป็นนักพยากรณ์ได้โดยหนังสือเล่มเดียวครับ ไม่ต้องใช้ความรู้ลึกซึ้ง อาศัยทำตัวเองให้ดูน่าเชื่อถือหน่อยก็หากินได้แล้ว

2. การใช้สภาวะไพ่
การพยากรณ์โดยใช้สภาวะไพ่เป็นสื่อในการทำนายต้องอาศัยหลักความเข้าใจตนเองก่อนเป็นอันดับแรก เพราะหากเราอ่านสภาวะไพ่โดยใช้ความรู้สึกของตนเองมากจนเกินไปอาจจะทำให้การพยากรณ์ถูกบิดเบือนหรือไม่ตรงต่อปัญหาของผู้มาขอรับการพยากรณ์ก็ได้ โดยปรกติความหมายของไพ่ยิปซีแต่ละใบมักสอดคล้องกับศิลปะบนหน้าไพ่ใบนั้น ๆ อยู่แล้ว

เช่น ไพ่ 7 เหรียญ เป็นไพ่พลังงานธาตุดิน มีความหมายถึงทรัพย์สินเงินของ รายได้ การพอกพูนหรือการรอคอยผลประโยชน์ที่ตัวเองได้กระทำเอาไว้ การเหน็ดเหนื่อยเพื่อยกระดับของชีวิต แต่ถ้าหากเรามามองเรื่องของสภาวะไพ่ เราจะเห็นได้ว่าชายหนุ่มผู้นี้กำลังพิจารณาผลผลิตที่ตนเองได้หว่านเมล็ดพันธ์ลงไป และเขาก็เฝ้ามองมัน ฟูมฟักมัน และรอคอยผลของมันสุกงอมเต็มที่ และเมื่อมาดูสีหน้าเขา เราก็จะเห็นได้ว่าเขามีสีหน้าครุ่นคิด ว่าเขาจะนำผลผลิตไปทำอะไรดี หรืออาจจะมองได้ว่าเขากำลังกลุ้มใจ ว่าผลผลิตของเขามันอาจจะไม่พอแก่เขา หรืออาจจะมองได้อีกว่า เขาช่างเหนื่อยกำการทำงานเหลือเกิน อยากพักบ้าง เป็นต้น ดังนั้นการอ่านสภาวะไพ่ ผู้พยากรณ์จำเป็นเป็นอย่างมากที่จะต้องพยายามวางใจให้เป็นกลางในการพยากรณ์ไพ่ และหลาย ๆ ครั้ง ที่สภาวะไพ่ก็มีความขัดแย้งกันเองด้วย

3. จิตสัมผัส
การใช้จิตสัมผัสในการทำนายก็เป็นเรื่องที่ผู้เขียนจนปัญญาที่จะอธิบายจริง ๆ ครับ แต่เชื่อว่าหมอดูทุก ๆ คุณต้องเคยพูดหรือทำนายอะไรออกไปโดยที่ไม่มีเหตุผล มีอะไรดลใจบางอย่างดลใจให้พูด นั่นน่าจะเป็นจิตสัมผัสอย่างหนึ่งครับ เท่าที่หาข้อมูลการ จิตสัมผัสเกิดจากการฝึกปฏิบัติสมาธิจนถึงระดับที่จิตมีความนิ่งจนสามารถเห็นนิมิตที่ไม่ได้เกิดความฟุ้งซ่าน โดยนิมิตที่เห็นอาจจะได้แรงบันดาลใจมาจากไพ่หรือไม่ก็ได้

โดยหลัก ๆ วิธีการอ่านไพ่ยิปซีจะมีเท่านี้ เพียงแต่ในกรณีที่วางตำแหน่งไพ่มากกว่า 1 ใบขึ้นไป การพยากรณ์ก็จะต้องอาศัยจินตนาการในการเชื่อมโยงเรื่องราวของไพ่แต่ละใบเข้าด้วยกัน โดยอาจจะพิจารณาตำแหน่งหรือไม่ก็แล้วแต่ลีลานักพยากรณ์ของแต่ละท่าน เพราะเทคนิคคงไม่สำคัญเท่ากับเนื้อหาของนักพยากรณ์ที่จะทำนายออกไป ตำแหน่งไพ่ที่เป็นที่นิยมมากที่สุดคือเซลติกครอส 10 ใบ ซึ่งเป็นการพยากรณ์ที่ครอบคลุมเรื่องราวในชีวิตส่วนใหญ่ของมนุษย์ ตำแหน่งการวางไพ่สามารถค้นหาได้จากตำราทั่ว ๆ ไป แต่การกำหนดจิตไพ่ต่อการพยากรณ์นั้นสำคัญมากกว่า หากเราวางไพ่แบบเซลติกครอสแต่ไม่ได้กำหนดจิตใด ๆ ในการพยากรณ์เลยก็อาจจะทำให้ทายความหมายตามตำแหน่งผิดพลาดได้ง่าย ๆ อีกด้วย

อัตราค่าพยากรณ์
เกรด D 100 บาท ฟังเรื่องปัจจุบันเเละวิธีเเก้ไข ห้ามถาม
เกรด C 150 บาท ดูพื้นดวง ห้ามถาม
เกรด B 200 บาท ดูพื้นดวง ถามได้ 2 คำถาม
เกรด A 300 บาท ดูพื้นดวง ระยะเวลาในการดู 1.30 นาที

ติดต่อได้ที่ 082-218-8852 วชิรวิชญ์ครับ
บัญชีออมทรัพย์ 401-485471-2
ชื่อบัญชี วชิรวิชญ์ ศรีดวงมณีฉาย
ธนาคารไทยพาณิชญ์ สาขาถนนรามอินทรา (แฟชั่นไอส์เเลนด์ 2)