Archive for the ‘วิถีแห่งหมอดู’ Category

ไพ่ทาวเวอร์กับความรัก (มันไม่ได้หมายถึงเลิกราเสมอไปนะ)

Monday, June 28th, 2010
ไพ่ทาวเวอร์

XVI Tower ไพ่ทาวเวอร์

ไพ่ทาวเวอร์กับความรัก

คำว่ารัก คำสั้นๆที่มีความหมายมากมาย
คนเราจะนิยามความหมายของคำว่ารักอย่างไรก็ได้
ยิ่งถ้าเป็นนักกวีก็อาจจะให้ความรักเป็นเหมือนดวงดาว
สร้างวิมานในจินตนาการให้สมปรารถนาทางใจได้ทุกทาง

คนเราทุกคนแสดงหาความอบอุ่น จากตัวเองบ้าง จากคนอื่นบ้าง
ในตอนเด็กเราวิ่งโล่เพื่อหาความอบอุ่นจากอกพ่อแม่
เราต้องการความอบอุ่นจากของเล่น จากขวดนม
พอไม่ได้อย่างใจเราก็ร้อง เมื่อได้แล้วก็พอใจ แต่เมื่อต้องการอีกก็ร้องใหม่

พอโตขึ้นมาเป็นวัยรุ่น ความต้องการความอบอุ่นของเรายังเหมือนเดิม
แต่เป้าหมายเปลี่ยนไป ความอบอุ่นบังคับให้เราต้องไปเปิดทีวี
โทรศัพท์หาเพื่อน เล่นอินเตอร์เน็ต เล่นเกมส์
และใครซักคนที่จะมาช่วยเติมเต็มหลุมในใจของเรา

พอโตขึ้นมาอีกเป็นผู้ใหญ่ ความต้องการความอบอุ่นของเรายังเหมือนเดิม
แต่เป้าหมายนั้นเปลี่ยนไปจากเดิมมาก
กลายเป็นบ้าน รถ โทรศัพท์รุ่นล่าสุด เพื่อน และคนที่พร้อมจะร่วมหัวจจมท้ายกับคุณ

เราแสวงหาความอบอุ่นกันไม่รู้จักพอ
โดยหวังว่าความอบอุ่นของใครซักคนที่ธรรมชาติสร้างมาเพื่อเราจะเติมเต็มหลุมในใจได้
แต่ในชีวิตจริง ยิ่งเราค้นหา เราก็จะยิ่งค้นพบว่าธรรมชาติไม่เคยสร้างอะไรอย่างนั้นไว้ให้เราเลย
เมื่อเราฝากทั้งชีวิตไว้กับคนแปลกหน้า โดยเลือกที่จะปิดหูปิดตาไม่ยอมรับรู้อะไรเพื่อแลกกับความอบอุ่น
ก็เท่ากับนับวันรอความพังทลายของหัวใจไว้ได้เลย

เพราะฉะนั้น
ถ้าเราต้องการความรัก เราก็ต้องสร้างปัจจัยแห่งความรัก
ถ้าเราต้องการความอบอุ่น เราก็ต้องสร้างปัจจัยแห่งความอบอุ่น
ถ้าเราต้องการให้ใครซักคนมาดีกับเรา เราก็ต้องสร้างปัจจัยแห่งความเมตตาให้ได้
อย่าคาดหวังลมๆแล้งๆว่าบนโลกนี้มีใครซักคนที่เทวดานางฟ้าเสกมาเพื่อรอเราอยู่

การคาดหวังและคิดเอาเองจะทำให้เราไม่สามารถรู้ได้ว่าอนาคตเราจะเดินไปในทิศทางไหน
ซึ่งมันจะทำให้ดวงตาของเรามืดบอด และคนที่มืดบอดนั้นก็ยากที่จะประสบความสำเร็จในทุกๆเรื่อง
ถ้าโชคดี เราอาจจะได้พบทางสว่างจากการเดินมั่วๆ ชนิดที่ว่าหลับตาหาเหรียญบาทในสนามบอลแล้วเจอ
แต่โอกาสมีน้อยเท่าน้อยครับ จะต้องอาศัยกรรมที่ติดตัวมาดีจริงๆ ถึงจะเจออย่างนั้นได้

แต่ถ้าเราทำความเข้าใจให้ถูกต้อง แล้วเข้าใจว่าเราจะสร้างและรักษาความรักได้อย่างไร
ก็เหมือนลืมตาขึ้นมาเพื่อหาเหรียญในสนามบอลเหมือนกัน แต่โอกาสเจอมีเยอะกว่ามาก
ถ้าคุณยังเป็นคนโสดแล้วได้เจอบทความนี้ ก็เท่ากับคุณกำลังเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคที่ยังมาไม่ถึงไว้ล่วงหน้า
แต่ถ้าคุณมีความรักที่กำลังสุกงอม คุณจะต้องเรียนรู้วิธีการสร้างและรักษาความรักครับเพื่อให้มันไปในทางที่ดี

ผมอยากจะให้คุณดูไพ่ทาเวอร์ที่ผมได้โพสเอาไว้
เป็นภาพตึกที่อยู่ในใจของเรา ที่กำลังถูกถล่มจากสิ่งภายนอก
ในตอนที่คุณกับคนรักเจอกัน ก็เหมือนคนสองคนร่วมกัน ว่าเราจะเริ่มก่ออิฐในใจ
เป็นรากฐานของการตกลงปลงใจว่าเราจะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน

เมื่อทั้งคู่ต่างก่ออิฐ ความสูงของอิฐเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ช่วงนี้ทั้งสองจะถูกกองอิฐบดบังซึ่งกันและกัน
ตรงนี้คนสองคนจะมองเห็นกันได้ยากยิ่งขึ้น ถ้าคุณเข้าใจ ให้อิสระกับอีกฝ่ายในการหน้าที่ในส่วนของเขา
เขาก็จะไว้ใจและเชื่อมั่นว่าคุณคือคนที่เข้าใจเป็นที่สุด เขาก็จะไว้ใจคุณตอบกลับมาเช่นกัน
แต่ถ้าคุณเริ่มไม่เข้าใจและพยายามเรียกร้องให้เขาอยู่ใกล้คุณตลอดเวลา
ความหายนะน้อยๆก็เริ่มก่อตัวเป็นเมฆหมอกบดบังซึ่งกันและกัน

นานๆเข้า
ความเหน็ดเหนื่อย อ่อนล้า จะถาถมให้เกิดความต้องการเอาชนะ เกิดช่องว่างอยากจะอู้ขึ้นมา
ความต้องการอิสระจากภาระที่ทำอยู่จะผลักดันให้วอกแวก นอกลู่นอกทาง
ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเริ่มแสดงท่าทีอย่างนี้ก่อน ก็เท่ากับเป็นการเอาเปรียบอีกฝ่ายแล้ว
ซึ่งเมฆหมอกก็จะก่อตัวทวีขึ้นตามจำนวนของการเอาเปรียบซึ่งกันและกัน

ความเคยชินในการอยู่ในสภาพแวดล้อมหนึ่งๆ จะทำให้เกิดความชินชาขึ้น

เมื่อเมฆหมอกปิดบังวิสัยทัศน์ในการมองเห็น และตึกที่ก่อตัวสูงขึ้นไป
ความหวาดระแวงและความกลัวจะเกิดขึ้นทันที
ถ้าไม่หวาดระแวงว่าตึกจะสร้างแล้วไม่เสร็จ ก็หวาดระแวงว่ากลัวจะเสียตึกไป
เมื่อความกลัวมีอิทธิพลต่อใจเรามากมากๆ เราก็จะสร้างเงื่อนไขในการรักษาตึกไว้
ห้ามให้ตึกเป็นของใคร ห้ามใครเข้า ห้ามใครออก ห้ามเปิดเผย ห้ามปิดบัง
สารพัดที่เราจะหาเหตุผลมาติดบังความกลัวในจิตใจเราได้

จนกระทั่งเมื่อเราพยายามยัดเยียดทุกสิ่งทุกอย่างที่เราต้องการ ชนิดที่ว่ากูทำได้ แต่มึงห้ามทำ
เพื่อความสบายใจของตัวเอง เมื่อนั้นก็เหมือนกับตึกที่คุณสร้างร่วมกันมา พังทลายด้วยน้ำมมือของคุณเอง
ลองมาเปรียบเทียบให้เห็นอีกครั้งนะครับ

เริ่มสร้างตึก
มันคือตอนที่เราเริ่มรู้สึกว่าคนๆนี้คือคนที่ใช่ เรารู้สึกดีและพร้อมจะทำดีได้ทุกอย่าง
บางครั้ง เราอาจจะสะกดจิตตัวเองว่านี่คือคนที่ใช่ที่สุด ดีที่สุด และเราต้องการที่สุด
นั่นอาจจะเกิดจากบุพเพสันนิวาส หรือเกิดจากการมองเขาในแง่ดีเพียงอย่างเดียวก็ได้
ถ้าคุณมั่นใจว่าเขาดีจริง และเขาสามารถเป็นคนที่เสมอต้นเสมอปลาย คุณก็จะเริ่มไว้ใจในความรู้สึกตัวเองยิ่งขึ้น
ตรงนี้ถ้าคนที่คุณเลือก เป็นคนที่ไม่ใช่ ต่อให้รักอย่างไรก็รักษาไม่ได้
และถ้าคนที่คุณเลือกเป็นคู่เวรคุณ วิธีการหลีกเลี่ยงก็ยากแสนยากครับ
แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีวิธี เพียงเพียงแต่คุณไม่ยอมให้ใจของตัวเองไหลลงต่ำเท่านั้นครับ

ตึกถูกสร้างไปครึ่งหนึ่ง
มันคือตอนที่เวลาชำลอกเอาส่วนที่หอมหวานไป ถ้าจุดตรงนี้ทั้งคู่ไม่ได้สร้างปัจจัยที่จะประคองรักให้ยั่งยืน
ก็ถือว่ากำลังเข้าข่ายตึกพังแล้ว บางคนเข้าใจว่าการมีความรักคือการแสดงความเป็นตัวของตัวเองกับอีกฝ่าย
จนลืมพูดคำหวาน ลืมเอาอกเอาใจ คิดแต่เพียงว่าอีกฝ่ายจะต้องเอาอกเอาใจเรา เป็นอย่างที่เราต้องการ
บางครั้งเมื่มาถึงจุดนี้ ความเคยชินเดิมๆจะปรากฏ เช่นอาจจะเป็นคนสกปรก กลิ่นตัวกลิ่นปากเหม็นแล้วไม่รักษา
ขี้บ่น จู้จี้ คาดคั้น ขี้เมา เอาแต่ใจ ดุด่าประทุษร้ายต่างๆนาๆ
เมื่อความสัมพันธ์มาถึงจุดนี้นะครับ ถ้าคุณอยากกอบกู้สถานการณ์กลับมา ก็ต้องเลิกคิดที่จะเปลี่ยนคนรักของคุณ
แต่ให้ย้อนกลับมาเปลี่ยนตัวเราเองก่อน คนเราเกือบร้อยทั้งร้อยอยากดีกับคนที่ดีกับเราด้วย
ถ้าคุณไม่ดีกับเขา แต่อาศัยว่าเราเป็นแฟนกันแล้วจะต้องดีต่อกันอย่างไม่มีเงื่อนไข ก็ยากที่จะประคองรักให้ยั่งยืนครับ

เมื่อตึกสร้างเสร็จ
มันคือตอนที่คุณกับเขาถึงจุดอิ่มตัว เมื่อความรักมาถึงจุดที่ต้องถามตัวเองว่าเราจะใช้ประโยชน์อะไรจากมัน
น่าเศร้าที่หลายต่อหลายคู่ไม่สามารถหาคำตอบในการมีรักได้ ได้แต่คิดว่าอย่างไรเราจะต้องมีให้ได้
ไม่รู้จะมีและรักษาได้อย่างไร ไม่รู้จะทำอย่างไรให้มันเกิดประโยชน์สูงสุด จึงเป็นธรรมดาที่จะต้องเบื่อและเลิกลากันไป
ตรงนี้นะครับ ผมกล้าพูดได้เต็มปากว่าถ้าคู่ไหนที่ไม่ได้เลี้ยงกันด้วยบุญ คู่นั้นมีโอกาสหม่นหมองตลอดเวลา
ยิ่งถ้าเป็นคู่ที่ถูกผูกติดกันด้วยกายแล้ว ไม่แปลกเลยครับ
เมื่อความเบื่อกายเข้าครอบงำแล้วฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเปลี่ยนไปเป็นใครอีกคนที่ไม่เคยรู้จัก

เพราะฉะนั้น เมื่อคุณอยากจะมีความรัก อยากจะรักษารัก คุณก็ต้องรู้วิธีเปลี่ยนนิสัยเสียของตัวเอง
และพยายามหาคำตอบให้ได้ว่า เราจะทำอย่างไร ให้ความรักมีแต่ความสุข โดยที่เราไม่ได้เป็นฝ่ายถีบคู่ครองให้ลงนรกซะเองครับ

อัตราค่าพยากรณ์
เกรด D 100 บาท ฟังเรื่องปัจจุบันเเละวิธีเเก้ไข ห้ามถาม
เกรด C 150 บาท ดูพื้นดวง ห้ามถาม
เกรด B 200 บาท ดูพื้นดวง ถามได้ 2 คำถาม
เกรด A 300 บาท ดูพื้นดวง ระยะเวลาในการดู 1 ชั่วโมง

รับพยากรณ์ทางโทรศัพท์ครับ
รับพยากรณ์ดวงชะตาที่ร้านของผมแถวบริเวณสวนสยาม

107/511 ถ.สวนสยาม แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กทม 1023
ดูแผนที่มาร้าน http://tarot.washiravit.com/about

ติดต่อได้ที่
082-218-8852 วชิรวิชญ์ครับ
ชื่อบัญชี วชิรวิชญ์ ศรีดวงมณีฉาย
ธนาคารไทยพาณิชญ์ บัญชีออมทรัพย์ 401-485471-2 สาขาถนนแฟชั่นไอส์เเลนด์
ธนาคารกรุงเทพ บัญชีออมทรัพย์ 865-0-24846-4 สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์
ธนาคารกสิกรไทย บัญชีออมทรัพย์ 720-2-16629-2 สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์

เมื่อเธอจะถอนพิษรัก

Friday, June 25th, 2010

เมื่อเธอจะถอนพิษรัก
คำถามที่หมอดูได้รับมากที่สุดคือความรัก นี่คือสิ่งที่ทุกคนเข้าใจกันหมด
แต่สิ่งหนึ่งที่จะไม่เหมือนกันเลยคือคำแนะนำในในการจัดการปัญหา
พื้นฐานความเชื่อของคนเราไม่เหมือนกัน และความต้องการคำแนะนำก็ไม่เหมือนกัน
จึงเป็นเรื่องสุดแสนจะธรรมดา ที่ลูกค้าส่วนใหญ่จะขอคำแนะนำแปลกๆในบางครั้ง

ตอนที่ผมเป็นหมอดูใหม่ๆ ยังเป็นหมอดูที่ยังไม่เข้าใจอะไรอยู่ ก็ให้คำแนะนำแบบที่เขาสอนตามๆกันมา
หาไพ่ใบที่ใช่ที่สุดแล้วโยงเข้ากับองค์เทพและพิธีแก้กรรม ถ้าพิธีเหล่านี้สามารถทำให้คนมีความสุขได้
ก็เท่ากับเราต้องทำพิธีกันทุกวันๆเลย ถึงเราจะมีความสุขทุกวัน

ในทางพุทธศาสนา สิ่งที่เราควรแก้ไขให้ถูกที่สุดคือนิสัย
เพราะคำว่านิสัยคำเดียวจะเป็นตัวกำหนดชะตาชีวิตของคนได้ทั้งชาตินี้และชาติหน้า
แต่คนส่วนใหญ่มักเลือกวิธีที่ลัดและเร็วในการแก้ไขเมื่อเจอทุกข์
เลยทำให้ปัญหาไม่เคยได้รับการแก้ไขที่ตรงจุด

แต่ดวงชะตาที่ผมจะขอนำเสนอนี้ เป็นดวงชะตาพิเศษสุดๆ เป็นเรื่องราวของสุภาพสตรีท่านหนึ่ง
ซึ่งผมขออนญาตนำมาเผยแพร่ ณ ที่นี้ครับ
ในตอนที่เธอโทรมาดูดวงและจองคิว ผมสังเกตได้ว่าเธอไม่สามารถซ่อนน้ำเสียงจากความทุกข์ได้เลย
ผมสูดหายใจเข้าแรงๆและสังเกตลงมาที่ใจของผม ใจของผมรู้สึกหนักๆ และคิดว่าความรู้คงไม่ต่างกัน
นั่นแสดงว่าเธอมีปัญหาหนักๆอย่างแน่นอน (ผมไม่ได้มีญาณนะครับ มันเป็นแค่ความรู้สึกเฉยๆ)

เธอเล่าให้ฟังว่าเธอมีสามีและสามีก็ทำร้ายเธอด้วยการนอกใจ
ตอนนี้เธอเหนื่อยกับชีวิตรักมากและต้องการทางออก
เธอตัดสินใจขอให้สามีช่วยเลือกซักทาง แต่สามีไม่ยอมเลิกกับเธอ
เธอจึงทุกข์ใจมากและได้มาดูดวงในวันนี้

ผมใช้ไพ่ชุด Haindl ไพ่ที่เธอได้มีดังนี้ครับ

ตำแหน่งที่หนึ่ง 2 ดาบ
ตำแหน่งที่สอง 6 เหรียญ
ตำแหน่งที่สาม 4 เหรียญ
ตำแหน่งที่สี่ อัศวินคฑา
ตำแหน่งที่ห้า 9 ไม้เท้า
ตำแหน่งที่หก 4 ดาบ
ตำแหน่งที่เจ็ด 3 เหรียญ
ตำแหน่งที่แปด 1 ไม้เท้า
ตำแหน่งที่เก้า เด็กดาบ
ตำแหน่งที่สิบ เฮอร์มิท

ผมพิจาณาตำแหน่งไพ่ใบที่ 2 หกเหรียญและไพ่ใบที่ 10 เฮอร์มิท
ซึ่งได้บอกเธอไปว่าเธอนับถือศาสนาพุทธและพราหม์ใช่หรือเปล่า
เธอบอกว่าใช่
(ผมถอนหายใจอย่างโล่งอกเพราะไม่เคยทายใครเลือกการนับถือศาสนามาก่อน นึกว่าจะผิดซะแล้ว)
ไพ่ 6 เหรียญกับไพ่ เฮอร์มิทบอกว่าพื้นฐานของเธอเป็นคนจิตใจดี ชอบทำบุญและศึกษาธรรมะ
แต่ตอนนี้เธอกำลังเจอปัญหา ไพ่เหล่านี้จึงอยู่ไกลตัวเธอ

ไพ่เจ้าชะตาเธอได้ 2 ดาบความถึงความขัดแย้งและมีปัญหา
บวกกับสี่เหรียญที่ทำให้ผมเห็นว่าเธอยังไม่สามารถตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้ในตอนนี้
แต่เธอก็ไม่ได้ประมาทในชีวิต มีไพ่เหรียญเยอะซึ่งแปลได้ว่าเธอมีงานทำ
นั่นแสดงว่าถ้าเกิดเธอจะต้องแยกย้ายกับสามีจริงๆ เธอจะสามารถกำรงชีวิตต่อไปได้

พอทายมาถึงตรงนี้เธอก็บอกว่าใช่ ที่พูดมาถูกต้อง
เธอยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาในตอนนี้ได้ ด้วยภาระเรื่องลูก
เรื่องบ้าน และสารพัดเรื่องที่เธอจะต้องแบกรับและปวดหัว
มันทำให้เธอทั้งเครียดและทั้งทุกข์เหลือเกิน

พอทายมาถึงตรงนี้ ผมก็อธิบายให้เธอฟังว่าความรักของตนจะเป็นอย่างไร
ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากกรรมที่เราทำกับพ่อแม่ทั้งนั้น
ในกรณีของเธอผมเห็นไพ่ 2 ดาบในตำแหน่งแรก บวกกับไพ่อัศวินไม้เท้าในตำแหน่งที่ 9
ทำให้ผมมั่นใจว่าตอนเธอเป็นเด็ก เธอก็อาจจะทำให้พ่อแม่เสียใจเหมือนกัน

เธอบอกอีกว่าพ่อแม่เสียใจและไม่พร้อมตอนที่เธอกกำลังจะแต่งงาน
ตรงนี้อาจจะเป็นกรรมที่ทำให้เธอทุกข์ใจด้วย
เธอถามว่าแล้วอนาคตจะเป็นอย่างไร มีไพ่ 4 ดาบ 4 เหรียญ และเฮอร์มิทรวมกัน
ตรงนี้ทายได้ว่าอนาคตจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก แต่ถ้าเธอต้องการพ้นทุกข์ทางใจนี้
มีวิธีแก้อยู่ทางหนึ่งคือเธอจะต้องกราบเท้าขออโหสิกรรมพ่อแม่

เธอเล่าให้ฟังว่าเธอสำนึกผิดมาตลอด และไม่อยากจะให้พ่อแม่รับรู้เรื่องนี้
เธอไม่อยากทำให้พ่อแม่ทุกข์ สงกรานต์ที่ผ่านมาเธอได้ขอขมาพ่อแม่ดด้วยการรดน้ำดำหัวแล้ว
แต่ยังไม่เคยกราบเท้าท่าน

ถ้าพิจารณาจากไพ่ เมื่อเธอกราบเท้าท่านเพื่อขออโหสิกรรมให้กับท่าน
เธอจะมีความรู้สึกอย่างนี้จนถึงขึ้นอายุใหม่เท่านั้น (ง่ายๆครับ อายุเท่าไหร่ก็รอให้อายุเต็ม)
เมื่อายุจรของเธอเปลี่ยนไป คือจากอัศวินดาบมาเป็น Hermit
เธอจะเป็นอิสระทางใจได้ครับ

แต่มันจะไม่ประสบความสำเร็จเลย ถ้าเธอไม่ใช่คนมีศีล
ซึ่งในดวงก็บอกว่าเธอเป็นคนที่มีพื้นฐานจิตใจที่ดี ทานบารมีและการรักษาศีลก็ดี
(อันนี้ผมไม่ได้พูดเองนะครับ เจ้าตัวเขามีนิสัยอย่างนี้จริงๆ)
ผมแนะนำอีกหน่อยว่าควรจะปฏิบัติสมาธิเพื่อช่วยกระชากใจตัวเอง
และควรปล่อยชีวิตสัตว์เป็นทานโดยอฐิษฐานว่า
“ขอให้อานิสงค์การปล่อยสัตว์ในครั้งนี้ ช่วยทำให้ข้าพเจ้าปล่อยทุกข์ออกจากใจได้ด้วยเถิด”
เพียงเท่านี้ ก็จะทำให้เธอจะสามรถฟันฝ่าอุปสรรคชีวิตคู่นี้ได้อย่างแน่นอนครับ

ขอบคุณเธออีกครั้งครับ

อัตราค่าพยากรณ์
เกรด D 100 บาท ฟังเรื่องปัจจุบันเเละวิธีเเก้ไข ห้ามถาม
เกรด C 150 บาท ดูพื้นดวง ห้ามถาม
เกรด B 200 บาท ดูพื้นดวง ถามได้ 2 คำถาม
เกรด A 300 บาท ดูพื้นดวง ระยะเวลาในการดู 1 ชั่วโมง

รับพยากรณ์ทางโทรศัพท์ครับ
รับพยากรณ์ดวงชะตาที่ร้านของผมแถวบริเวณสวนสยาม

107/511 ถ.สวนสยาม แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กทม 1023

ติดต่อได้ที่
082-218-8852 วชิรวิชญ์ครับ
ชื่อบัญชี วชิรวิชญ์ ศรีดวงมณีฉาย
ธนาคารไทยพาณิชญ์ บัญชีออมทรัพย์ 401-485471-2 สาขาถนนแฟชั่นไอส์เเลนด์
ธนาคารกรุงเทพ บัญชีออมทรัพย์ 865-0-24846-4 สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์
ธนาคารกสิกรไทย บัญชีออมทรัพย์ 720-2-16629-2 สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์

เขาเป็นหนี้ 20 ล้านบาท

Friday, June 25th, 2010

วิถีชีวิตของแต่ละคนย่อมมีถนนแห่งความฝันเป็นแนวทางของแต่ละคน
ทำได้จริงบ้าง ไม่ได้บ้าง สำเร็จบ้าง ล้มเหลวบ้าง ก็สุดแล้วแต่ความพยายามและกรรมกำหนด
บางคนไพ่เปิดมาดีมาก แต่มองตาเขาแล้วเห็นความทุกข์ ก็ต้องรู้ว่าวิบากกรรมมันส่งผล
เราก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ ถ้าไพ่ไม่ได้บอกเรา เราก็บอกเขาไม่ได้เช่นกัน
สำหรับบางคน ไพ่มีทั้งดีและร้ายขึ้นสลับกันไป บ่งบอกได้ถึงวิถีชีวิตของเขา
ที่เขาตัดสินใจทำความตามฝันของตนเอง กลายเป็นคนเหนือดวงโดยที่ใช้ชีวิตเป็นเดิมพัน

ดวงในครั้งนี้ เป็นดวงพิเศษ หาไม่ได้ง่ายๆ จึงเอามาลงกันให้ได้อ่านและศึกษากันต่อไปครับ
เจ้าชะตาครั้งนี้ดูดวงกับผมทางโทรศัพท์ เป็นชายวัยกลางคน อายุประมาณ 50 กว่าปี
เมื่อเปิดไพ่มา ไพ่ที่เจ้าชะตาได้นั้น ได้แก่ไพ่
1.อัศวินถ้วย
2.เดอะ มูน
3.ราชินีไม้เท้า
4.กงล้อเเห่งโชคชะตา
5.สิบดาบ
แค่เปิดไพ่มาผมก็หน้าหงายแล้วครับ

ปรกติไพ่กงล้อแห่งโชคชะตานั้นเป็นไพ่ที่ให้คุณและให้โทษได้สูงสุดใบหนึ่ง
ขึ้นอยู่กับว่ามันส่งเสริมหรือบ่อนทำลายในเรื่องอะไร ในกรณีไพ่ทาโรต์ชุดนี้
ไพ่ที่เป็นตัวตัดสินว่าไพ่กงล้อแห่งโชคชะตานั้นเป็นไพ่ดีหรือไม่ดี เราก็ตัดสินได้ดังนี้ครับ

1.อัศวินถ้วย – เป็นไพ่บุคคล จะยังไม่ให้ความสำคัญในขั้นต้น แต่มีผลกระทบต่อเจ้าชะตาอย่างแน่นอน
2.เดอะ มูน – เป็นไพ่ชุดใหญ่คู่กับกงล้อแห่งโชคชะตา (Wheel Of Fortune) มีผลโดยตรงแน่นอน
3.ราชินีไม้เท้า – เป็นไพ่บุคคลอีกใบ ถือว่ามีผลแต่ยังไม่มากเท่าไหร่
4.กงล้อเเห่งโชคชะตา – ทับตำแหน่งตัวเอง
5.สิบดาบ – อันนี้แหละครับ ดาวร้าย เอามารวมความหมายได้ทั้งเดอะมูนและวีลออฟฟอร์จูน

เพราะฉะนั้นเมื่อไพ่ห้าใบนี้ปรากฏ เราก็ต้องเรียงลำดับความสำคัญจากมากไปหาน้อย
ไพ่วีลออฟฟอร์จูนนั้นจับคู่กับไพ่เดอะมูน ลองจินตนาการดูครับ ว่ามันหมายถึงอะไร
ถ้ายังนึกไม่ออก จะลองใบ้ Keyword ให้ครับ

วีล ออฟ ฟอร์จูน มีความหมายว่า การขึ้นลงของดวงชะตาที่ควบคุมไม่ได้
เดอะ มูน มีความหมายว่า ความเครียด ความกดดัน ความกลัว
เมื่อเอามารวมกันจึงหมายถึง การขึ้นลงความเครียด ความกดดัน ความกลัวที่ควบคุมไม่ได้

ทีนี้เรากลับมาพิจารณาที่อัศวินถ้วยดูนะครับ
อัศวินถ้วยขี่ม้าและกำลังมุ่งหน้าเข้าไปในไพ่ The Moon
ถ้าเป็นอัศวินไม้เท้า หรืออัศวินดาบซึ่งมุ่งหน้าไปทางซ้ายของไพ่ทั้งคู่
เราย่อมมองได้ว่าอัศวินสองคนนั้นสามารถเลือกที่จะไปทิศทางไหนก็ได้
แต่ในไพ่อัศวินถ้วยนั้น เขากำลังมุ่งหน้าเข้าไปยังสถานที่แห่งไพ่เดอะมูน (ไพ่เดอะมูนอยู่ทางเบื้องหน้าของอัศวินถ้วย)
แสดงว่าเรื่องราวแห่งความเครียดนี้ เจ้าชะตาจะต้องเข้าไปสัมผัสและรับรู้มันด้วยกายและใจ
เป็นความทุกข์ที่จะต้องเจอ

คำถามต่อมาในใจของผมคือ “เขาสามารถหลีกเลี่ยงได้หรือไม่”
คำตอบคือได้ แต่เขาไม่ทำ
เพราะเมื่อเรามาพิจารณาอัศวินถ้วยใบนี้แล้ว เราจะเห็นว่าอัศวินถ้วยนั้นไม่ได้มีสีหน้าหรือท่าทาง
ที่แสดงออกถึงความอ่อนแอและขี้ขลาดเลย
กลับกันอัศวินถ้วยใบนี้ยังแสดงสีหน้าที่ดูอบอุ่น อ่อนโยนแต่มีพลัง
นั่นหมายความว่าเขาไม่กลัวที่จะต้องมุ่งหน้าเข้าไปเผชิญกับปัญหาและต่อสู้ กับมันนั่นเอง

พอพูดถึงตรงนี้ เขาก็เล่าให้ฟังว่าเขาเป็นเจ้าของโรงเรียนมัธยมเอกชนแห่งหนึ่ง
เมื่อ 7 ปีก่อนเขาตัดสินใจกู้เงินธนาคารมาในหลักสิบล้าน เมื่อกู้ได้เขาก็นำเงินก้อนนั้นมาพัฒนาโรงเรียน
ตอนนี้สภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ทำให้เขาไม่มีเงินไปคืนธนาคาร จนดอกเบี้ยมันเพื่อขึ้นเป็นหลักยี่สิบล้าน
เรียกได้ว่าหนักมาก

ในขณะที่สนทนา เขาได้เล่าสิ่งๆหนึ่งที่ผมประทับใจมาก คือเขาบอกว่าเขาไม่ได้สร้างโรงเรียนขึ้นมาเพื่อเงิน
แต่เขาสร้างโรงเรียนขึ้นมาจากสองมือและแรงบันดาลใจล้วน
เด็กนักเรียนคนไหนไม่มีเงิน เขาก็สงเคราะห์ให้เรียนฟรี (เป็นบางรายนะครับ)
หรือถ้าคนไหนฐานะทางครอบครัวแย่ ทางโรงเรียนก็ยอมให้ผู้ปกครองเป็นหนี้ได้
ที่สำคัญ เขายังชอบการปฏิบัติธรรมเป็นชีวิตจิตใจ เขาถึงเป็นคนที่มีสติปัญญาดีมาก

พูดง่ายๆนะครับ ถ้าเป็นคนอื่นคงล้มไปแล้ว
แต่นี่เป็นเพราะเขานั้นชอบทำบุญทำทาน และปฏิบัติธรรมเป็นการสร้างบารมี
เขาจึงสามารถยืนหยัดต่อสู้กับปัญหาได้จนแล้วจนรอด
ถึงแม้ตอนนี้ เขายังม่สามารถปลดหนี้ได้หมด
แต่เขากลับเป็นผู้ชายที่มีความสุขยิ่งกว่าคนที่ร่ำรวยเสียอีก

เมื่อได้ฟังเรื่องราวจากเขา และวกกลับมาพิจารณาไพ่อีกที จะเห็นได้ว่าที่อัศวินถ้วยนั้นไม่กลัวไพ่ The Moon
เพราะเขารู้ว่าเขาจะต้องเจอกับอะไร แต่เขาก็ไม่ย่อท้อ เพราะเขารักในสิ่งที่เขาทำ
เขาถามผมต่ออีกว่าปปัญหาเรื่องนี้จะจบลงด้วยดีหรือไม่

ไพ่ที่ถัดจาก The Moon คือไพ่อะไร ไพ่ราชินีไม้เท้า
อีกหนึ่งสาเหตุที่อัศวินถ้วยไม่กลัว The moon นั้น เพราะเขามีจุดมุ่งหมายที่ราชินีพระจันทร์นั่นเองครับ
อุปมาง่ายๆ อัศวินที่ต้องการเจ้าหญิง ย่อมไม่กลัวมังกรที่คอยปกป้องผู้รุกรานนั่นเอง
ไพ่ราชินีไม้เท้าเป็นไพ่ใบที่ 3 เจ้าชะตาเป็นชายแต่ทำไมได้ไพ่ราชินี
หรือจะหมายถึงเมียของเขา

ไม่ใช่เหรอกครับ ไพ่ใบนี้ไม่ได้หมายถึงเมียของเขาหรอก
ผู้หญิงเกิดมาเพื่อเป็นฝ่ายปกป้อง การที่เขาได้ไพ่ราชินีไม้เท้านั้น ย่อมหมายถึง
เขาต้องการปกป้องอะไรบางอย่าง ไพ่ไม้เท้าเกี่ยวกับงาน ย่อมหมายถึงงานของเขานั่นแหละ
อัศวินถ้วยต้องการไปหาราชินี เพื่อแสดงให้เห็นว่าตัวอัศวินเอง ไม่ย่อท้อต่อปัญหาอยู่แล้ว
ขอแค่ได้ปกป้องสิ่งที่สำคัญที่สุดของตนเองได้ก็พอ

พอบอกไปอย่างนี้ เจ้าชะตาก็บอกกับผมว่าเขาอยากปลดหนี้ให้หมดก่อนที่จะตาย
เพราะไม่ต้องการให้ลูกสาวของเขาจะต้องมาแบกรับเรื่องนี้อีกต่อไป
เขาจะทำทุกวิถีทางให้ประสบความสำเร็จให้ได้
ไม่ว่ามันจะยาวนานขนาดไหนไม่ว่าจะอีกไกลซักเท่าไหร่ เขาจะทำ

อีกอย่าง ถ้าโรงเรียนของเขานั้นปิดตัวไปจริงๆ เด็กนักเรียนของเขาจะทำอย่างไร
เขาอยากเห็นคนอื่นมีความสุข

ไพ่ใบสุดท้ายนั้นเป็นผลสรุป 10 ดาบ
ซึ่งไพ่ใบนี้เป็นไพ่ที่ยากจะอธิบาย ผมเลยอยากลองให้คุณๆทุกท่านที่เข้ามาอ่านบทความ
ลองตั้งคำถามสิครับ ว่าไพ่ใบนี้ มันบอกอะไร

สนใจดูดวงชะตาของท่าน คลิ๊กที่นี่ครับ

ไม่มี Magician เป็นหมอดูไม่ได้เหรอ

Friday, June 25th, 2010

จะต้องได้ไพ่ Magician เท่านั้นเหรอ ถึงจะเป็นหมอดูที่ดีได้

สวัสดีครับ วันนี้ผมอยากจะเขียนบทความเกี่ยวกับความเข้าใจนึงตามตำราทั้งหลายได้เขียน เอาไว้ครับ
สาเหตุที่เขียนเรื่องนี้เพราะมีคนสอบถามผม
ผมจึงเห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เลยเขียนลงบล็อคนี่แหละครับ

มันมีความเชื่ออยู่อย่างหนึ่ง เกี่ยวกับไพ่เมจิกเชี่ยน ว่าใครหยิบได้ไพ่ใบนี้
ในอนาคต จะเป็นอภิมหาหมอดูที่โด่งดัง แบบโครตดัง
ถ้าไม่ดังคับฟ้า ก็จะเป็นหมอดูที่เยี่ยมยอดไปเลย

และด้วยความเข้าใจนี่เอง ทำให้ผมเจอหนังสือของหมอดูหลายท่าน
ที่ได้เขียนว่าตนได้ไพ่เมจิกเชี่ยน และประสบความสำเร็จได้เพราะดวงชะตาหรือกรรมเก่ากำหนด
กลายเป็นหมอดูที่ประสบความสำเร็จ และเป็นหมอดูที่ทายได้แม่นยำ
ที่กล่าวมา ก็เป็นความเชื่อที่ไม่ผิด แต่ก็ยังถูกไม่หมด

ส่วนที่ถูก ก็คือไพ่เมจิกเชี่ยน เป็นไพ่แห่งดาวพุธ หมายถึงเทพแห่งการสื่อสาร พยากรณ์
หรือยังหมายถึงหมอดูที่ใช้กระดาษในการพยากรณ์ก็ได้
ไพ่เมจิกเชี่ยนเป็นตัวแทนแห่งเทพหยั่งรู้ฟ้าดิน
เป็นตัวแทนแห่งผู้ส่งสารจากพระเจ้า
จึงมีความเป็นไปได้สูง ว่าใครจับได้ไพ่เมจิกเชี่ยน จะเป็นนักพยากรณ์ที่โด่งดัง

แต่เราอย่าลืมว่าอีกแง่มมุมหนึ่งของเมจิกเชี่ยน คือนักมายากล
นักมายากลมีหน้าที่อะไรละ ไม่ต้องบอกก็รู้
คือทำให้ทุกคนเชื่อว่าเขามีพลังพิเศษ มีความสามารถเหนือมนุษย์
ด้วยการทำอะไรที่เหนือสามัญสำนึกธรรมดาจะหยั่งถึง

เพราะฉะนั้น ผมจึงขอสรุปตรงนี้ว่า ไพ่เมเจอร์อาคาน่ามี 22 ใบ
และไม่ได้มีใบใดใบหนึ่งดีและร้ายเป็นพิเศษในการทำนายอนาคตของหมอดู
แต่ทั้ง 22 ใบ ล้วนมีคุณสมบัติที่เด่นพิเศษและด้อยพิเศษ
เพราะฉะนั้น ไม่ว่าคุณจะจับได้ไพ่เมจิกเชี่ยนหรือไม่
เราก็ฟันธงไม่ได้ ว่าจะเป็นหมอดูอย่างไร

ถ้าจะให้ยกจากประสบการณ์
ผมเคยได้ดูดวงให้กับหมอดู 3 คนที่ผมเคารพเป็นอย่างมาก
และไพ่ทั้งที่ทั้งสามคนจับได้ ก็ไม่มีไพ่เมจิกเชี่ยนเลยเสียซักนิด
แต่เขาก็เป็นหมอดูที่ประสบความสำเร็จตามที่เขาต้องการได้ครับ

อย่างเช่นหมอดูคนแรกที่ผมได้ดูดวงให้ เขาเป็นชายหนุ่มอายุ 27 ปีกว่าๆเท่านั้น
เขาไม่ได้บอกผมว่าเขาเป็นหมอดู และผมก็ไม่รู้ด้วยว่าเขาเป็นหมอดู
ไพ่ที่เขาจับได้เด่นๆ คือไพ่ The Hermit, The Emperor, The Hangman และ The Moon
เมื่อผมได้ซักถามประวัติเขาคร่าวๆ และได้ยินเสียงเล่าลือมาจากคนที่รู้จักและเคยดูดวงกับเขา
เขาเป็นหมอดูที่ใช้วิชาช่วยเหลือคนอย่างแท้จริง (ทั้งๆที่เขาขี้เกียจดูให้คนอื่น เพราะฐานะเขาค่อนข้างดี)
เขามักใช้วิชาเลข ๗ ตัวกับไพ่พรหมญาณในการช่วยคนที่โดนคุณไสยเสมอ

หมอดูคนที่สองที่ผมได้ดูดวงให้ เป็นอาจารย์ผู้หญิงเลข ๗ ตัว อายุประมาณ 30-35 ปี
อาจารย์ท่านทายได้แม่นยำมาก และในไพ่ของท่านที่ท่านจับกับผมก็ไม่มีไพ่เมจิกเชี่ยนเหมือนกัน

คนสุดท้ายเป็นซินแสที่เคยร่วมงานมหกรรมพยากรณ์ที่สยามพารากอน
ตลอดระยะเวลาที่ผมดูดวงให้ลูกค้า ผมสังเกตเห็นว่าท่านมีลูกค้าไม่ขาดสาย
เมื่อยามว่าง เราจึงมาแลกเปลี่ยนวิชากัน
ท่านได้จับไพ่กับผม ไพ่ของท่านก็ไม่มีเมจิกเชี่ยนเหมือนกัน
แต่ก็ท่านก็ทำนายทายทักได้ไม่แพ้อาจารย์ท่านอื่นๆเลย

จากที่ผมได้เขียนเอาไว้ จะเห็นได้ว่าทั้งสามท่านล้วนเป็นหมอดูที่เก่งกาจ
เป็นหมอดูที่มีอุดมการณ์ และเป็นหมอดูที่มีความจริงใจไม่แพ้ใครเลย
เพราะฉะนั้น ผมจึงไม่อยากให้ทุกท่านสรุปว่าเมจิกเชี่ยนนั้น เป็นไพ่แห่งหมอดูครับ
โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยจับได้ไพ่เมจิกเชี่ยนแต่อยากเป็นหมอดูก็อย่าพึ่งเสียใจ
เพราะในคราวต่อๆไป ผมจะเขียน 22 วิถีแห่งหมอดูไพ่ยิปซีครับ

ปล ไม่ว่าคุณจะจับไพ่ใบไหน คุณก็เป็นหมอดูได้ และถ้าคุณรู้ว่าไพ่ที่คุณจับขึ้นมามีลักษณะเด่นและด้อยอย่างไร คุณก็จะสามารถพัฒนาเป็นหมอดูที่ดีและมีคุณภาพได้ตามแนวทางของตนเองครับ

สนใจดูดวงเพื่อพยากรณ์ชีวิต คลิ๊กที่นี่ครับ