
พลิกนิดเดียว ของพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก
จากหนังสือ “พลิกนิดเดียว”
ของพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก
วัดป่าสุนันทวนาราม อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี
สาขาที่ ๑๑๗ ของวัดหนองป่าพง จังหวัดอุบลราชธานี
ปกิณณกธรรม
(จาก หนังสือ “ธรรมประทาน”)
ชีวิตสมบูรณ์แล้วทุกประการตามเหตุปัจจัย
เหตุดี ผลก็ดี เหตุไม่ดี ผลก็ไม่ดี
พิจารณาให้ดีเถิด
เราอาจจะเกิดมาไม่มีพ่อ หรือไม่มีแม่ หรือไม่มีทั้งพ่อและแม่
เราอาจจะเกิดมายากจน
เราอาจจะถูกกลั่นแกล้งอยู่เรื่อยๆ
บางวัน เราอาจจะเป็นทุกข์และไม่สบายใจ
แต่วันนี้ เราอาจจะเป็นสุขและมีความพอใจมากที่สุดในชีวิต
วันนี้ เราอาจจะไม่มีอะไรจะเสียแล้ว
เท่านี้เราก็เห็นได้ชัดเจนแล้วว่า
ทุกอย่างดำเนินไปตามเหตุปัจจัยที่สมบูรณ์ที่สุดเสมอ
จงก้าวไปสู่อนาคตด้วยความเข้าใจเช่นนี้
จงมั่นใจในผลกรรมและเชื่อในเหตุปัจจัยอย่างสมบูรณ์เถิด
จงทำความดี ละความชั่ว มีเมตตาแก่ตนและสรรพสัตว์
และยอมรับทุกอย่างที่เกิดขึ้นด้วยจิตที่สงบ
โลกนี้สมบูรณ์แล้วด้วยกรรม
เรามีทั้งกรรมดีและกรรมชั่ว
วันนี้เราอาจทุกข์ แต่พรุ่งนี้เราก็อาจจะเป็นสุข
ทุกอย่างไม่แน่นอน
ให้อยู่กับปัจจุบันตลอดเวลา และทำใจให้เป็นสุข
อย่าลืมทำเหตุให้ดีตั้งแต่วันนี้ เพื่อผลที่ดีในวันนี้
และวันข้างหน้า
เรามีหน้าที่รักษาข้อวัตร และทำให้ดีที่สุดเสมอเท่านั้น
นอกจากนั้น เขาจะ “เป็นไปเอง” ตามเหตุปัจจัยของเขา
คั้นส้ม กวาดบ้าน ฯลฯ ให้เป็นสัมมาทิฏฐิยังคิดไม่ถูก ยังคิดไม่เป็น ยังไม่เป็นสัมมาทิฏฐิ
ท่านอาจารย์สอน เมื่อเห็นเราหงุดหงิดขณะที่คั้นส้ม
เพราะรู้สึกว่าเสียเวลามาก
ท่านบอกว่า “ต้องทำความเห็นให้ถูกต้อง ให้เป็นสัมมาทิฏฐิ”
ทำงานต้องทำด้วยสติสัมปชัญญะและความพอใจ
ขณะที่คั้นส้ม การคั้นส้มเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในโลก
อย่างอื่นในโลกไม่สำคัญ
ขณะที่กวาดบ้าน การกวาดบ้านเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในโลก
อย่างอื่นในโลกไม่สำคัญ
ขณะที่ทำอาหารให้ลูก การทำอาหารให้ลูกเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในโลก
เรื่องอื่นในโลกไม่สำคัญ
ฯลฯ
คั้นส้มก็ให้รู้อยู่ว่ากำลังคั้นส้ม ให้สติอยู่กับการคั้นส้ม
ให้ทำด้วยความพอใจ
กวาดบ้านก็ให้รู้อยู่ว่ากำลังกวาดบ้าน ให้สติอยู่กับการกวาดบ้าน
ให้ทำด้วยความพอใจ
ทำอาหารให้ลูก ก็ให้รู้ว่ากำลังทำอาหารให้ลูก
ให้สติอยู่กับการทำอาหาร ให้ทำด้วยความพอใจ
ฯลฯ
การคั้นส้มก็ดี การกวาดบ้านก็ดี การทำกับข้าวก็ดี การทำอะไรทุกๆ อย่างให้ถือว่าเป็นข้อวัตรปฏิบัติ เป็นหน้าที่ ต้องเอาใจใส่ ทำด้วยความตั้งใจ และทำดีที่สุด
ทำเพื่อเพิ่มความดีของเราเอง
ทำเพื่อตัวเราเอง
ทำเพื่อขัดเกลากิเลสของเรา
ทำเพื่อละทิฏฐิมานะของเรา
อย่าคิดว่าทำให้คนอื่น
อย่าคิดว่าต้องทำเพราะคนอื่นไม่ทำ
อย่าคิดว่าต้องทำเพราะคนอื่นให้เราทำ
เรามีหน้าที่ เราก็ทำให้ดีที่สุด คิดอย่างนี้เราก็ไม่เป็นทุกข์ ใจก็จะสงบมีปีติได้ตลอดเวลา เป็นสัมมาทิฏฐิ
ภาวนาให้มากๆ นะ
ปรับปรุงความคิดความเห็นของเราให้ถูกต้อง
โยนิโสมนสิการ ยกอารมณ์กรรมฐานขึ้นพิจารณาบ่อยๆ นะ
ทุกข์
“เคยทุกข์แทบจะตายไหม” ท่านอาจารย์ถาม
ถ้าทุกข์หรือหดหู่ ให้รู้อยู่ว่าทุกข์หรือหดหู่ ไม่ต้องปรุงแต่ง
ให้อดทนเพ่งความทุกข์ความหดหู่ใจอยู่อย่างนั้น
ไม่ยินดี ไม่ยินร้าย
ประคับประคองจิต ไม่ให้เอียงไปทางซ้าย ไม่ให้เอียงไปทางขวา
ทำใจให้เป็นกลางๆ
กำหนดรู้อยู่อย่างนั้น นั่งก็รู้ เดินก็รู้
กำหนดไป กำหนดไป ก็จะรู้ชัดขึ้นๆ
จะเห็นเป็นความว่าง ต่างหาก
เห็นว่าความทุกข์ก็ดี ความหดหู่ก็ดี เป็นสักแต่ว่าความรู้สึกเท่านั้น
ไม่ใช่ตัว ไม่ใช่ตน ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา
เป็นเพียงอุปาทานเท่านั้น
อุปาทานว่าเราหดหู่ อุปาทานว่าเราทุกข์นั้นแหละ
จริง ๆ แล้วมันก็เปลี่ยนแปลงได้ และจะเปลี่ยนไปเอง
เมื่อมีอารมณ์ใหม่เข้ามาแทนที่
เพราะมันเป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
เราทุกข์ เราหดหู่ เพราะอุปาทาน ความยึดมั่นนั่นแหละ
อาศัยความอดทน อดกลั้น ยกจิตขึ้นสู่อารมณ์วิปัสสนา
เพ่งพิจารณาความไม่เที่ยง ไม่แน่นอน
แล้วความรู้สึกทุกข์ ความรู้สึกหดหู่ใจ ก็จะเปลี่ยนแปลง
เพราะ สัพเพ ธัมมา อนัตตา ธรรมทั้งปวง ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน
แล้วเราจะรู้ชัดขึ้นๆ
ความหดหู่เป็นอาคันตุกะ
เขามาเยี่ยมเฉยๆ แล้วก็ไป ไปแล้วก็มาใหม่
ถ้าเราหยุด วางเฉย เขาก็อยู่ไม่ได้
อย่าเพลิดเพลินกับการตามอารมณ์นะ
แขกมาหา จะไล่เขาไปก็ไม่ได้ เดี๋ยวเขาจะโกรธเอา
ต้อนรับก็ไม่ได้ เขาจะอยู่เฉย
เราเฉยเสีย เขาก็จะไปเอง
เพราะเขาเป็นอาคันตุกะ ไม่ใช่ผู้อยู่ประจำ
ถ้าเขามาก็รู้ว่า อ้อ เขามาแล้ว กำหนดรู้ แล้วก็เฉย
ทำใจให้เป็นอุเบกขา ทำใจเป็นกลางๆ ไม่ยินดี ไม่ยินร้าย
ไม่ตกใจ ไม่กลัว ไม่รังเกียจ
เอาก็ไม่ใช่ ไม่เอาก็ไม่ใช่
กำหนดรู้ไปเรื่อยๆ
จุดหมาย คือความไม่มีทุกข์ และจิตที่สงบ สะอาด สว่าง
สนใจดูดวง คลิ๊กที่นี่ครับ tarot.washiravit.com
Tags: พลิกนิดเดียว, ะรัอาจารย์มิตซูโอะ